บทที่ 7 เจ้าบ้านที่แย่
บริเวณพื้นที่ชุดโซฟารับแขก บนโต๊ะนั้นวางกระทะไฟฟ้าพร้อมถาดเครื่องเคียงอาหารเกาหลีทำเองอย่างง่าย ๆ เจ้าของห้องวิ่งกลับเข้าไปถอดกระโปรงแล้วเปลี่ยนเป็นใส่กางเกงขาสั้นมานั่งขัดสมาธิบนพื้น หยิบตะเกียบคีบเส้นรามยอนร้อน ๆ ใส่ถ้วยแบ่งกินอย่างเอร็ดอร่อย
ปัณณวิชญ์นั่งมองความไม่มีพิธีรีตองนั้นแล้วทำตามอย่างง่าย ๆ จอทีวีขนาดประมาณห้าสิบนิ้ว ถูกเปิดแล้วฉายซีรีส์จีนสุดโรแมนติก หวานจนเลี่ยน หากแต่ปัณณวิชญ์ทำอะไรไม่ได้ จำต้องทนนั่งดูมันต่อไป
“นี่เธอ ปากน่ะ หุบยิ้มบ้างก็ได้นะ” เจ้านายนั่งเอียงคอลงไปมองแก้มป่องยกยิ้มกับฉากหวานจากจอทีวี ขณะที่เขาดูยังไงมันก็น่าอึดอัด
“โอ๊ยคุณไออุ่น อย่าขัดสิคะ คนกำลังฟิน”
“ฟินอะไร?”
“ฟินที่เขาจีบกันยังไงคะ คุณไออุ่นนี่ไม่รู้เรื่องเลย”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ตัวละครในนั้นใครเป็นใครฉันก็ไม่รู้ ไม่เคยดูสักที” พูดพร้อมยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาใช้ชี้กลับไปยังจอทีวี ที่มีฉากตัวละครชายกำลังจูบปากอยู่กับนักแสดงสาว
“นี่ค่ะคนนี้เขาเป็นพระเอก แล้วคนนี้เขาเป็นนางเอก เขาสองคนรักกันมากเลยนะคะ” อธิบายไปพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“เขารักกันแล้วยังไง เธอไม่ได้ไปมีส่วนในความรักของเขาสักหน่อย”
“เอ้า หนูมีความสุขที่เห็นเขารักกันไงคะ”
“มันก็แค่ละคร”
“นี่มันความสุขของหนู คุณไออุ่นอย่าขัดขวางความสุขหนูสิ” มือฟาดตีลงไปบนหัวเข่าแข็ง
จากนั้นขยับเปลี่ยนท่านั่งเป็นยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาชันสูง ใช้แผ่นหลังพิงลงไปกับโซฟาบุนวมนิ่ม ๆ ตะเกียบคีบเส้นรามยอนควันฉุยเติมใส่ลงมาในชาม ตามด้วยกิมจิ ไส้กรอก ไข่ดาว เอามานั่งกินข้างหัวเข่าเจ้านาย
“คุณไออุ่นเคยมีแฟนหรือเปล่าคะ”
“เธอถามทำไม”
“เอ้า อยากรู้ไงคะ ไม่รู้อะไรให้ถาม อยากสนใจอะไรก็ถาม หนูอุตส่าห์ถามตรง ๆ แล้วนะเนี่ย”
“แล้วเธอจะอยากรู้ไปทำไมว่าฉันเคยมีแฟนหรือเปล่า”
“หนูอยากรู้ว่าเวลาผู้ชายเขาจีบผู้หญิงเขาจีบแบบไหน แบบในซีรีส์หรือเปล่า แล้วตอนคุณไออุ่นจีบแฟน คุณไออุ่นจีบยังไงคะ”
“ถามแบบนี้...แสดงว่าเธอยังไม่มีแฟน?” เอียงข้างก้มลงไปพินิจมองเสี้ยวหน้านั้นอย่างละเอียด
อันที่จริงหากผู้หญิงคนนี้นั่งนิ่ง ๆ ไม่พูด ไม่ขยับ ทำตัวเหมือนภาพติดบัตรพนักงาน ปัณณวิชญ์มองว่าแม่สายป่านคนนี้ก็มีความน่ารักอยู่ไม่น้อย ยกเว้นตอนเมา กับตอนเถียงเขาฉอด ๆ
“โตมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยมีผู้ชายที่ไหนมาจีบหนูเลยค่ะ”
“คงจะมีหรอก เป็นฉันก็ไม่จีบ” มุมปากขยับกดลึกกลายเป็นรอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งปัณณวิชญ์จะรู้สึกว่าตัวเองมีอารมณ์ขัน อารมณ์ดี ๆ สดใสผ่อนคลายอย่างนี้
“หื้อ หนูไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไออุ่นไม่จีบหนู” ชามรามยอนถูกวางลงไปบนโต๊ะ หน้างอหันข้างถลึงตาใส่ไม่เข้าใจความคิดผู้ชาย
“เพราะว่าสติฉันยังดีอยู่น่ะสิ”
“สติดี...?”
ปัณณวิชญ์แกล้งหันไปสนใจซีรีส์รักโรแมนติกต่อ ถึงช่วงแรกจะดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พอเบียร์กระป๋องที่สามเหลือแต่ความว่างเปล่า เขาชักเริ่มคิดว่ามันก็สนุกดีอยู่เหมือนกัน หากจะใช้มันเป็นเครื่องมือทำให้หายเหงา
เผลอแป๊บเดียวกระทะไฟฟ้าใส่เส้นรามยอน และถาดเครื่องเคียงด้านข้างก็ไม่ต่างอะไรจากกระป๋องเบียร์ เช่นเดียวกันสุชาดาเจ้าของห้องพักที่นั่งหลับคอพับอยู่บนหน้าขาของเขา
“ยัยตัวแสบเอ๊ย ทำไมเป็นคนหลับง่ายขนาดนี้เนี่ย น้ำท่าก็ไม่อาบ ซกมกจริง ๆ เลย” เจ้านายแสนดีอุ้มพาเจ้าของห้องกลับขึ้นไปนอนบนเตียง
“หื้อ” ร่างบางพลิกตัวพาดแขนใช้กอดเอวของเขาเอาไว้แน่น
“นี่ตกลงว่าเธอหลอกให้ฉันขึ้นห้องทำอะไรกันแน่เนี่ย ยัยสายป่วน”
จัดแจงท่านอนให้ดีแล้วปลีกตัวหลีกออกมายังชุดโซฟา เก็บกระทะไฟฟ้า ชามรามยอนแล้วก็กระป๋องเบียร์นำไปทิ้งขยะ ล้างกระทะ ล้างชามทุกอย่างเก็บกวาดห้องพักจนสะอาดเรียบร้อย
“นี่เธอ สายป่าน”
ปัณณวิชญ์เดินมาชะโงกหน้ามองคนขี้เซาที่นอนหลับปุ๋ยดูน่าสบาย จึงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเห็นว่าดึกมากแล้ว เนื่องจากคืนก่อนนอนน้อยและวันนี้ก็ขับรถไปนั่นมานี่เป็นเวลานาน แถมยังต้องไปเก็บกวาดทำความสะอาดห้องคนอื่น ปัณณวิชญ์หย่อนก้นนั่งลงไปบนเตียง เอนหลังพิงหัวเตียงด้านบนครู่หนึ่ง จากนั้นความง่วงจึงค่อย ๆ ดึงเขาให้ล้มตัวลงมานอนราบ เคียงข้างกับคนเมาเบียร์
“เธอนี่เป็นเจ้าบ้านที่แย่มากจริง ๆ ให้ฉันทำงานงก ๆ แต่ตัวเองนอนหลับสบาย เห็นทีเงินโบนัสปลายปีฉันคงต้องบอกให้เอิงเอยพิจารณาใหม่เสียซะแล้ว”
ตาพร่าก้มลงไปมองเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม กดจมูกลงไปสูดกลิ่นแชมพูที่ยังหลงเหลืออยู่ นิ้วมือสอดเข้าไปใช้ปลายนิ้วม้วนมันพันไปพันมาอยู่สองสามนาทีจนเผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว
ปัณณวิชญ์รู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามอง จึงเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร สบตาเข้ากับเลขาฯ ส่วนตัวของน้องสาว ซึ่งยืนชะเง้อชะแง้โบกมือมาให้จากด้านนอก ท่านประธานบริษัทฯ กดโทรศัพท์ภายในโทรออกไปหาชัชชาติ เพื่อบอกอนุญาตให้สุชาดาเข้ามาหาตนเป็นการส่วนตัว
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เมื่อคืนคุณไออุ่นล้างจานให้หนูเหรอคะ”
เมื่อเช้าหลังจากตื่นนอนขึ้นมา คนที่เมาหลับคาตักเจ้านายพบว่าตัวเองกลับขึ้นมานอนบนเตียงอย่างเรียบร้อย ชั่วโมงเร่งรีบวิ่งออกมา พบว่ากระทะ ถาด ถ้วยชามต่าง ๆ แม้แต่ขยะในครัวถูกเก็บกวาด ล้างคว่ำสะอาดเป็นระเบียบหมดแล้ว
“ผีบ้านผีเรือนเธอล่ะมั้ง” ปัณณวิชญ์แกล้งพูดออกไป ส่ายหัวให้คนที่เก่งเรื่องทำงานแต่กับเรื่องงานบ้านงานเรือนนั้นตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
“อื้อ คุณไออุ่นอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ หนูกลัวผีนะ”
“กลัวแล้วยังไง ต่อให้ผีมันยกโขยงกันมาทั้งป่าช้า เธอนอนขี้เซาขนาดนั้น พวกมันก็หลอกเธอไม่ได้หรอก หลอกไปก็เหนื่อยเปล่า สู้มันไปเกิดใหม่ดีกว่ารอให้เธอตื่น”
“คุณไออุ่นน่ะ ว่าหนู”
“ที่พูดนั่นเรื่องจริงทั้งนั้น ผู้หญิงอะไรนอนก็ดิ้น หลับลึก ขี้เซา แถมยังนอนน้ำลายยืดอีก เป็นอย่างนี้จะหาแฟนได้ยังไง” สาธยายแบบเห็นภาพชัดเจน เพราะเขาเองมานอนห้องนั้นสองครั้ง สภาพสายป่านไม่ต่างกันเลย คืนแรกยังคิดว่าเพราะเมามากเลยควบคุมตัวเองลำบาก แต่เมื่อคืนไม่ได้เมามากขนาดนั้นสักหน่อยเพราะดื่มเบียร์ไปแค่คนละสามกระป๋องเท่านั้น
“หาไม่ได้ก็ช่างสิ ใครบอกว่าหนูอยากมีแฟนกัน”
“เห็นนั่งตาเยิ้มมองพ่อพระเอกซีรีส์หวานฉ่ำขนาดนั้น ฉันก็คิดว่าเธออยากมีแฟน”
“ถ้าได้แฟนหล่อ สุภาพ อ่อนโยน แสนดีเหมือนพระเอกซีรีส์ หนูถึงจะเอาค่ะ แต่ถ้าได้มาแบบกะโหลกกะลา หมาไม่รับประทานอย่างนั้น สู้อยู่คนเดียวดีกว่า” วัยรุ่นยุคใหม่ที่ไม่ได้มีค่านิยมเรื่องการแต่งงานหรือรีบมีครอบครัวยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็อยู่คนเดียวต่อไปนั่นแหละดีแล้ว อ้อจริงสิ...นี่เงิน” ปัณณวิชญ์หยิบกระเป๋าเงินมาเปิดแล้วส่งธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทจำนวนสองใบให้เลขาฯ สาวตาโต
“เงินค่าอะไรคะ”
“ค่ารามยอนเมื่อคืน แล้วก็ค่าเบียร์”
“เอ๋ หนูบอกว่าหนูจะเลี้ยงรามยอนตอบแทนคุณไออุ่น ไม่ได้ให้จ่ายเงินสักหน่อย ส่วนเบียร์นั่นไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณไออุ่นอุตส่าห์ใจดีขับรถไปส่งหนูแค่นี้สบายมาก”
“ไม่เอาใช่ไหม” ธนบัตรใบสีเทาถูกยกขึ้นมาสะบัด
“เอาดีกว่า...อย่างน้อยเอาไว้เป็นทุนซื้อเบียร์ตุนไว้ในตู้เย็น เผื่อคุณไออุ่นอยากไปนั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน” คนงกหัวเราะคิกคัก
“อย่างนั้นก็เอาไปเพิ่ม”
“หื้อ คุณไออุ่นให้ทุนเพิ่มอย่างนี้ หมายความว่าเมื่อคืนติดใจรามยอนฝีมือหนูแล้วใช่ไหมล่ะ” หน้ายิ้มคิ้วยักทะเล้นจนปัณณวิชญ์ถึงกับลอบถอนหายใจ
